
ปัจจุบันตลาดขายสินค้าและบริการออนไลน์ถือว่าเติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งการแข่งขันใน Marketplace ก็เข้มข้นมากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้ลูกค้ามีตัวเลือกในการซื้อสินค้าและบริการมากมาย สามารถเปรียบเทียบสินค้าและบริการก่อนตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นนอกจากการหาลูกค้าเพิ่มแล้ว สิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจควรทำนั่นก็คือ การตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ตรงจุดมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูล การอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตลอดจนการสร้างความแตกต่าง และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า เพื่อรักษาฐานลูกค้าให้อยู่กับแบรนด์ได้นานที่สุดนั่นเอง
โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจและน่านำมาปรับใช้กับธุรกิจนั่นก็คือ การใช้ระบบสะสมแต้มผ่านไลน์ Loyalty CRM 4.0 ที่จะช่วยเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้เป็นลูกค้าขาประจำได้ อีกทั้งช่วยเพิ่มความภักดีของลูกค้า และสามารถนำข้อมูลของลูกค้ามาวิเคราะห์ เพื่อปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
ทำความรู้จักกับระบบสะสมแต้มผ่านไลน์
“ระบบสะสมแต้มผ่านไลน์” หรือ LINE Reward Card คือ บัตรสะสมแต้มแบบดิจิทัลที่อยู่บนแอปพลิเคชัน LINE โดยร้านค้าสามารถแจกแต้มให้ลูกค้าหรือจัดการแต้มได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อเป็นรางวัลจูงใจให้กับลูกค้าเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการ ส่วนลูกค้าก็สามารถสะสมแต้มง่าย ๆ ได้เพียงแค่แสกน QR Code ซึ่งระบบสะสมแต้มผ่านไลน์นับว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจดึงดูดลูกค้าใหม่ สามารถรักษาฐานลูกค้าเก่า และสร้างความภักดีของลูกค้าอย่างยั่งยืนได้
ทำไม “LINE” จึงเป็นช่องทางที่ดีสำหรับการสร้าง Brand Loyalty ในกลุ่มลูกค้าคนไทย

แอปพลิเคชันไลน์เป็นช่องทางการสื่อสารที่คนไทยใช้งานมากกว่า 56 ล้านคน (อัปเดตข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2567) จึงเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะกับการทำ Loyalty Program เป็นอย่างมาก เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย โดยคนไทยใช้ไลน์ในการติดต่อสื่อสาร อ่านข่าว รับโปรโมชัน ซื้อสินค้าและบริการ และยังมีความน่าสนใจอื่น ๆ อีก เช่น
- มีฟีเจอร์ครบครัน : ไลน์รองรับทั้ง Chatbot การแจ้งเตือนโปรโมชัน การส่งคูปอง ฯลฯ ทำให้แบรนด์สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยกระตุ้นการซื้อซ้ำได้ดี : สามารถส่งข้อความแจ้งเตือนโปรโมชัน มีระบบสะสมแต้ม ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำมากขึ้น
- ใช้งานง่าย ไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม : ลูกค้าสามารถสะสมแต้มผ่านไลน์และแลกรางวัลได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องติดตั้งแอปพลิเคชันอื่นเพิ่มเติม
ประโยชน์ของระบบสะสมแต้มผ่านไลน์ที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม
การใช้ระบบสะสมแต้มผ่านไลน์ นอกจากจะช่วยกระตุ้นยอดขายแล้ว ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างธุรกิจกับลูกค้าได้ด้วย ลองมาดูกันว่าประโยชน์ของระบบนี้มีอะไรบ้าง
- ช่วยเพิ่มความภักดีของลูกค้า
เมื่อลูกค้ารู้สึกว่าการซื้อสินค้าหรือใช้บริการแต่ละครั้งให้ความคุ้มค่า ไม่เพียงแค่ได้สินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์ แต่ยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากการสะสมแต้ม ก็จะมีแรงจูงใจในการกลับมาใช้บริการซ้ำ ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันระยะยาวกับแบรนด์มากขึ้น - ช่วยกระตุ้นยอดขาย
ระบบสะสมแต้มผ่านไลน์จะทำหน้าที่เป็นแรงจูงใจให้ลูกค้าซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้รางวัลหรือสิทธิพิเศษ ยิ่งลูกค้าซื้อบ่อยขึ้น ธุรกิจก็มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น - สะดวกและใช้งานง่าย
ลูกค้าไม่ต้องพกบัตรสะสมแต้มแบบกระดาษที่เสี่ยงต่อการสูญหาย เพียงแค่ใช้ไลน์ ซึ่งเป็นแอปที่คนส่วนใหญ่ใช้เป็นประจำ ก็สามารถสะสมแต้ม ตรวจสอบยอด และแลกรางวัลได้อย่างง่ายดาย - ช่วยลดต้นทุนด้านการตลาด
ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าที่ได้จากระบบสะสมแต้ม สามารถนำไปใช้ส่งโปรโมชันที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาที่ไม่จำเป็น และเพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้นด้วย
- ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า
ลูกค้าสามารถรับสิทธิพิเศษหรือของรางวัลได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องลงทะเบียนหลายขั้นตอน ทำให้การใช้งานราบรื่นและเป็นมิตรต่อผู้ใช้
- เพิ่มโอกาสในการขายต่อเนื่อง
การแจ้งเตือนผ่านไลน์ เช่น คะแนนใกล้หมดอายุ หรือโปรโมชันพิเศษสำหรับสมาชิก จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้ง่ายขึ้น
- ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเชิงลึก
ระบบสะสมแต้มผ่านไลน์สามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อ เพื่อนำไปวิเคราะห์และพัฒนาแคมเปญการตลาดได้ เช่น การเสนอโปรโมชันเฉพาะบุคคล หรือการออกแบบโปรแกรมสะสมแต้มให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
วิธีการสร้างบัตรสะสมแต้ม
ขั้นตอนการสร้างบัตรสะสมแต้มบนแอปพลิเคชันจัดการ
1. เลือกที่แท็บ “หน้าหลัก” > “บัตรสะสมแต้ม” > “ทำบัตรสะสมแต้ม”
2. เลือกที่ “ทำบัตรสะสมแต้ม” แล้วตั้งค่าตามหัวข้อต่าง ๆ
3. เลือกที่ “บันทึก” หรือ “บันทึกแล้วเปิดใช้บัตร”
ขั้นตอนการสร้างบัตรสะสมแต้มบน LINE Official Account Manager
1. คลิกที่ “หน้าหลัก” > “บัตรสะสมแต้ม”
2. ตั้งค่าตามหัวข้อต่างๆ ในหน้า “ทำบัตรสะสมแต้ม”
3. เลือกที่ “บันทึก” หรือ “บันทึกแล้วเปิดใช้บัตร”
วิธีการแจกแต้มให้กับผู้ใช้
ลูกค้าจะได้รับแต้มจากการอ่าน QR Code วิธีการแสดง QR Code มีดังต่อไปนี้
- แสดง QR Code ด้วยสมาร์ตโฟน
แสดง One Time QR Code (QR Code ที่ใช้ครั้งเดียว) บนหน้าจอสมาร์ตโฟนผ่านแอปพลิเคชันจัดการ
- แสดง QR Code ด้วยการพิมพ์
สามารถแสดง QR Code สำหรับพิมพ์ได้โดยการสร้าง QR Code สำหรับพิมพ์บนแอปพลิเคชันจัดการ และ LINE Official Account Manager บนเว็บ
หมายเหตุ :
* การแจกแต้มด้วยการอ่าน QR Code สำหรับพิมพ์จำเป็นต้องตั้งค่าเปิดใช้บนแอปพลิเคชันจัดการหรือ LINE Official Account Manager บนเว็บก่อน
* ไม่สามารถพิมพ์ QR Code สำหรับใช้ครั้งเดียวเพื่อนำไปใช้แสดงได้
ระบบ CRM 4.0 คืออะไร ?
ระบบ CRM 4.0 เป็นนวัตกรรมซอฟต์แวร์ Loyalty Program แบบใหม่ ที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ธุรกิจในยุคดิจิทัลและ Marketplace ที่ต้องการความรวดเร็ว แม่นยำ และมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยมีฟีเจอร์ครบวงจร ดังนี้
- ATTRACT : ฟีเจอร์ที่รวบรวมข้อมูลลูกค้าแบบ Omnichannel ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อผ่านช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์
- AMAZE : ฟีเจอร์สนุก ๆ ที่ทำให้ทำให้ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ตลอดเวลา เช่น สร้าง Community, สร้างภารกิจ, แคมเปญ Top spender, Achievement badge และอื่น ๆ อีกมากมาย
- ACTIVATE : ฟีเจอร์ที่นำข้อมูลลูกค้ามาต่อยอดด้วยการส่ง Personalized message รายบุคคล ที่ช่วยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้าและกระตุ้นให้กลับมาซื้อซ้ำ
นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมายที่ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้าง Loyalty campaign ที่แตกต่างจากคู่แข่งได้
ฟีเจอร์หลักของระบบ CRM 4.0 ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต
การใช้ CRM 4.0 ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ธุรกิจจัดการลูกค้าได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้าด้วย มาดูกันว่าฟีเจอร์หลัก ๆ เช่น การเก็บข้อมูลลูกค้าแบบอัตโนมัติจากทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายออนไลน์ หน้าร้าน หรือกิจกรรมต่าง ๆ โดยช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าได้ ช่วยลดภาระของพนักงานที่ต้องบันทึกข้อมูลเอง และช่วยลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
อีกหนึ่งจุดเด่นของระบบ CRM 4.0 คือ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ที่สามารถคาดการณ์แนวโน้มพฤติกรรมของลูกค้า วิเคราะห์ว่าสินค้าหรือบริการใดที่ได้รับความนิยม ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับกลยุทธ์ทางการตลาดได้ตลอดเวลา
นอกจากนี้ ระบบยังสามารถส่งโปรโมชั่นเฉพาะบุคคลให้กับลูกค้าโดยอิงจากข้อมูลที่ได้วิเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นการมอบส่วนลดพิเศษในวันเกิด การแจ้งเตือนสินค้าลดราคา หรือการเสนอโปรโมชั่นพิเศษให้กับลูกค้าที่ซื้อบ่อย ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากขึ้น
ระบบ CRM 4.0 แตกต่างจากระบบ CRM แบบเดิมอย่างไร ?
- มีระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์ได้ ซึ่งช่วยลดข้อผิดพลาดในการเก็บข้อมูล ป้อนข้อมูล ช่วยให้การทำงานด้านการตลาดและการบริหารลูกค้าได้อย่างแม่นยำขึ้น ซึ่งระบบ CRM แบบเดิมนั้นต้องอาศัยพนักงานในการบันทึกข้อมูลและวิเคราะห์ ที่อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายและใช้เวลานาน
- CRM 4.0 เป็นแพลตฟอร์มแบบ Low-Code/No-Code ที่ช่วยให้นักการตลาดสามารถออกแบบ บริหารจัดการแคมเปญได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ไม่จำเป็นต้องรอทีม Developer พัฒนาให้ทุกครั้ง ลดข้อจำกัดด้านเทคนิคและเพิ่มความคล่องตัวในการทำการตลาดแบบเรียลไทม์
- สามารถทำการตลาดเฉพาะบุคคลได้แม่นยำขึ้น โดยการใช้ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า เช่น ประวัติการซื้อ การเข้าชมเว็บไซต์ ความสนใจ มาวิเคราะห์และสร้างโปรโมชันที่ตรงใจลูกค้าแต่ละคน เพื่อเพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำได้
- รองรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม e-Commerce, Social Media, Line, Chatbot และ Marketplace ต่าง ๆ เช่น Shopee, Lazada, TikTok หรือ Facebook ซึ่งทำให้ธุรกิจสามารถจัดการข้อมูลลูกค้าและคำสั่งซื้อได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งระบบ CRM แบบเดิมมีข้อจำกัดในการเชื่อมต่อกับระบบภายนอก ที่ทำให้ต้องใช้หลายแพลตฟอร์มแยกกัน
- นำข้อมูลไปวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มพฤติกรรมของลูกค้าได้ง่าย ทำให้สามารถคาดการณ์ยอดขายและออกแบบกลยุทธ์การตลาดได้แม่นยำขึ้น
- สามารถจัดการลูกค้าได้ง่ายขึ้นด้วยการตั้งค่าให้ระบบส่งข้อความเสนอโปรโมชัน ติดตามผล หรือส่งข้อเสนอพิเศษให้ลูกค้าได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดภาระงานของทีมขายและการตลาดได้ ซึ่งระบบ CRM แบบเดิม ต้องใช้ทีมงานติดต่อลูกค้าเอง ทำให้เสียเวลาและใช้ทรัพยากรสูง
ทำไมธุรกิจที่อยู่ใน Marketplace ถึงต้องมีระบบ CRM 4.0 อย่างที่ทุกคนเห็นกันว่า การแข่งขันใน Marketplace นั้นสูงมาก ซึ่งการที่จะทำให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นและยั่งยืนในโลกออนไลน์ จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่สามารถช่วยให้คุณเข้าใจและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมระบบ CRM 4.0 ถึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ธุรกิจใน Marketplace ต้องมี ดังนี้

1. ช่วยให้เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง
ระบบ CRM 4.0 จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้า ประวัติการติดต่อ หรือแม้แต่ความคิดเห็นจากรีวิวต่าง ๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เช่น การแนะนำสินค้าที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคน หรือการจัดโปรโมชั่นเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย
2. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารกับลูกค้า
ระบบ CRM 4.0 ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดต่อกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านหลายช่องทาง ทั้งโซเชียลมีเดีย อีเมล หรือแม้กระทั่งการส่งข้อความส่วนตัวในไลน์ ใน Marketplace ต่าง ๆ โดยสามารถตั้งค่าการส่งข้อความอัตโนมัติ เช่น การขอบคุณลูกค้าหลังจากซื้อสินค้า หรือการแจ้งเตือนโปรโมชันใหม่ ซึ่งการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพนี้จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และเพิ่มความภักดีในระยะยาวได้
3. ช่วยบริหารจัดการลูกค้าอย่างมีระบบ
การจัดการลูกค้าใน Marketplace อาจเป็นเรื่องยาก หากไม่มีระบบที่ดีพอที่จะช่วยเก็บข้อมูลและจัดระเบียบการติดต่อทั้งหมด ซึ่งระบบ CRM 4.0 จะช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามการสั่งซื้อสินค้าและประวัติการติดต่อของลูกค้าได้อย่างสะดวก โดยสามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าตามพฤติกรรมหรือความสนใจ เพื่อการตลาดที่ตรงเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. ช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายขึ้น
ระบบ CRM 4.0 จะช่วยให้ธุรกิจสามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาช่วยในการตัดสินใจในด้านต่าง ๆ เช่น การเลือกสินค้าที่จะโปรโมต หรือการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่
5. ช่วยสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น
เมื่อธุรกิจสามารถเข้าใจลูกค้าได้ดีก็จะสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีและมีความหมายมากขึ้นให้กับลูกค้า เช่น การแนะนำสินค้าที่ตรงตามความสนใจ หรือการตอบข้อสงสัยของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การสร้างประสบการณ์ที่ดีจะทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อธุรกิจของคุณให้กับผู้อื่นนั่นเอง
6. การปรับตัวตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ระบบ CRM 4.0 เป็นระบบที่รองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถผสานรวมกับเครื่องมืออื่น ๆ เช่น Line, Facebook, Marketplace หรือ E-commerce แพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่าง Shopee, Lazada, Tiktok ตลอดจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการลูกค้า ทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองต่อลูกค้าได้ในทันทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ระบบสะสมแต้ม Rocket Loyalty CRM 4.0 ตัวช่วยสำคัญสำหรับการทำธุรกิจยุค Marketplace
Rocket Loyalty CRM 4.0 เครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดการลูกค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยรวมฟีเจอร์สำคัญต่าง ๆ ไว้ในที่เดียว หากคุณอยากเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสะสมแต้มผ่านไลน์ Rocket Loyalty CRM 4.0 ก็ตอบโจทย์ให้กับคุณได้อย่างครบครัน เพราะสามารถเชื่อมกับ Line OA ของแบรนด์ได้ง่ายไม่กี่ขั้นตอน
นอกจากนี้ ยังเชื่อมต่อกับ Marketplace ได้ง่าย รองรับการสะสมคะแนนทั้งร้านค้าออนไลน์ใน Shopee, Lazada, Tiktok shop หรือเว็บไซต์ของแบรนด์ หรือจะเป็นช่องทางออฟไลน์อย่างการอัปโหลดใบเสร็จ, การสแกน QR, POS/ERP, เบอร์โทร หรือหน้าร้านก็สามารถทำได้ ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ช่วยรักษาฐานลูกค้าอย่างยั่งยืนอีกด้วย เพราะ Rocket Loyalty CRM 4.0 ทำได้มากกว่าการสะสมคะแนน มากกว่าการมอบคูปองส่วนลด เพราะมาพร้อมฟีเจอร์ระบบสมาชิกมากมาย เช่น การมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า การมอบของรางวัล การแบ่งระดับสมาชิกเพื่อเพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟ การสร้างแคมเปญภารกิจชิงโชค แคมเปญ Top spender และอื่น ๆ อีกมากมาย
โดย Rocket Loyalty CRM 4.0 ได้รับการยอมรับจากธุรกิจหลากหลายวงการในฐานะเครื่องมือที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้าผ่านแคมเปญแบบโต้ตอบ ช่วยเพิ่มความภักดีต่อแบรนด์ และเพิ่มอัตราการเปลี่ยนแปลงเป็นยอดขาย ด้วยความสามารถในการจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับการยอมรับจากหลากหลายแบรนด์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น Unilever, Kaniva, TOA, POP MART, BMW, Mercedes-Benz, ตราหัวม้าลาย, แว่นท็อปเจริญ และอื่น ๆ อีกมากมาย
ถึงเวลาแล้วที่จะยกระดับธุรกิจของคุณด้วยระบบ CRM 4.0 จาก Rocket เพื่อก้าวนำคู่แข่งแบบก้าวกระโดดไปด้วยกัน ดูรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.rocket.in.th